เครื่องเล่นสไลเดอร์ต่างจากกระดานลื่นยังไง? แบบไหนปลอดภัยกว่า?

เครื่องเล่นสไลเดอร์กับกระดานลื่นแบบดั้งเดิมมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ทั้งโครงสร้าง วัสดุ การออกแบบ และมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งความต่างตรงนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย การรองรับน้ำหนัก ช่วงวัยที่เหมาะสม รวมถึงการจัดการพื้นที่โดยรอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสนามเด็กเล่นสมัยใหม่ด้วย
บทความนี้จะพาไปดูว่าเครื่องเล่นสไลเดอร์แตกต่างจากกระดานลื่นอย่างไร จุดไหนที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ และถ้าต้องเลือกจริงๆ แบบไหนตอบโจทย์พื้นที่คุณมากกว่ากัน
“สไลเดอร์” กับ “กระดานลื่น” คืออะไร
เครื่องเล่นสไลเดอร์คืออะไร?
เครื่องเล่นสไลเดอร์เป็นอุปกรณ์สนามเด็กเล่นที่ออกแบบมาเป็นชุดมากกว่าชิ้นส่วนเดี่ยวๆ ซึ่งจะมีองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น บันได แท่นยืน ราวจับ เครื่องเล่นปีนป่าย และหลังคา จุดเด่นของเครื่องเล่นสไลเดอร์คือการออกแบบตามหลักวิศวกรรมและหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Design) มีการคำนวณองศาความชัน ความสูงจากพื้น และพื้นที่รองรับการตก เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของสนามเด็กเล่น
กระดานลื่นคืออะไร?
กระดานลื่น หมายถึงรางลื่นเดี่ยวๆ ที่ติดตั้งกับบันไดหรือโครงเหล็กพื้นฐาน โครงสร้างเรียบง่าย ไม่มีองค์ประกอบเสริมมากนัก และมักจะผลิตจากโลหะหรือไฟเบอร์กลาส
ภาพจำของกระดานลื่นคือเครื่องเล่นที่ตั้งอยู่กลางสนามโรงเรียนหรือสวนสาธารณะ จุดเด่นคือมีความแข็งแรงและติดตั้งง่าย แต่ในบางกรณีอาจไม่ได้ออกแบบให้รองรับกิจกรรมหลายรูปแบบเหมือนเครื่องเล่นสไลเดอร์รุ่นใหม่
เปรียบเทียบโครงสร้างและดีไซน์การออกแบบ
องศาความชันและความยาวรางไถล
องศาความชันเป็นตัวกำหนดความเร็วในการไถลลง หากชันมากเกินไปเด็กอาจลงเร็วเกินควบคุม แต่ถ้าแบนเกินไปก็อาจลื่นไหลไม่มากพอ
เครื่องเล่นสไลเดอร์ในสนามเด็กเล่นสมัยใหม่จึงมีการคำนวณสัดส่วนระหว่างความสูงของแท่นยืนกับความยาวรางไถลเพื่อให้มีความปลอดภัย บางรุ่นออกแบบช่วงปลายรางให้มีการชะลอความเร็วเพื่อลดแรงกระแทกขณะลงถึงพื้น ในขณะที่กระดานลื่นจะมีความเรียบง่ายมากกว่าและไม่ได้มีการปรับองศาอย่างละเอียดมากนัก
ขอบกันตกและราวจับ
เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ออกแบบตามมาตรฐานสนามเด็กเล่นมักมีขอบกันตกที่สูงพอเหมาะเพื่อป้องกันการพลัดตกจากด้านข้าง รวมถึงราวจับที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้เด็กสามารถจับได้ถนัดมือ
ในทางกลับกัน กระดานลื่นอาจมีเพียงรางลื่นกับบันไดโดยไม่ได้มีแผงป้องกันรอบด้านเท่าชุดเครื่องเล่นเต็มรูปแบบ ซึ่งต้องพิจารณาช่วงวัยผู้ใช้งานควบคู่กันไป
ฐานรองรับแรงกระแทกและโครงสร้างรองรับน้ำหนัก
อีกจุดที่สะท้อนความแตกต่างชัดเจนคือโครงสร้างฐาน เครื่องเล่นสไลเดอร์สมัยใหม่มักมีโครงสร้างรองรับน้ำหนักที่คำนวณตามหลัก Load Bearing Structure รองรับการใช้งานต่อเนื่องและการเล่นพร้อมกันหลายคน
นอกจากนี้ ยังมีการคำนึงถึงแรงกระแทกเมื่อเด็กลงถึงพื้น เช่น การออกแบบพื้นที่รองรับให้สัมพันธ์กับความสูงของเครื่องเล่น
วัสดุที่ใช้ผลิต แตกต่างกันอย่างไร
พลาสติก HDPE / LLDPE กับข้อดีด้านความปลอดภัย
วัสดุอย่าง HDPE (High-Density Polyethylene) และ LLDPE (Linear Low-Density Polyethylene) เป็นที่นิยมในสนามเด็กเล่นยุคใหม่ จุดเด่นคือความยืดหยุ่นในระดับที่เหมาะสม ไม่แตกเปราะง่าย และสามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ลดความเสี่ยงจากคมเหลี่ยม
พื้นผิวของพลาสติกกลุ่มนี้มีสัมผัสที่ไม่ร้อนจัดเมื่อโดนแดดเท่าโลหะ และมีค่าการเสียดทานที่ควบคุมได้ ทำให้การไถลลงไม่เร็วหรือช้าเกินไป จึงมักพบในเครื่องเล่นสไลเดอร์สำหรับเด็กเล็กหรือพื้นที่ที่ต้องการเน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ
ไฟเบอร์กลาสและสแตนเลสกับความแข็งแรงและความลื่น
ไฟเบอร์กลาสและสแตนเลสเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและอายุการใช้งาน โดยเฉพาะสแตนเลสที่มีพื้นผิวลื่นมาก ทำให้การไถลรวดเร็วและต่อเนื่อง ข้อดีคือทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งานหนัก เหมาะกับพื้นที่สาธารณะหรือสนามเด็กเล่นกลางแจ้งที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม วัสดุโลหะอาจสะสมความร้อนเมื่อโดนแดดจัดและมีความลื่นสูง จึงต้องออกแบบองศาความชันและปลายรางให้สัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม
พื้นผิวกับความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
รายละเอียดที่หลายคนมองข้ามคือพื้นผิวสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นความเรียบ ความโค้งมนของขอบ หรือการเก็บรอยต่อ พื้นผิวที่ดีไม่ควรมีรอยเชื่อมที่คม ไม่มีสกรูยื่นออกมา และมีการลบมุมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการขีดข่วนหรือเกี่ยวเสื้อผ้า เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ผลิตตามมาตรฐานมักผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพในจุดนี้อย่างละเอียด
มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรรู้ก่อนเลือกติดตั้ง
มาตรฐาน Playground Safety และการรับรองอุตสาหกรรม
ในระดับสากลจะมีแนวทางด้าน Playground Safety ที่กำหนดเรื่องโครงสร้าง ความแข็งแรง จุดเสี่ยงต่อการหนีบหรือเกี่ยว รวมถึงการเว้นระยะปลอดภัยรอบอุปกรณ์ เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมมักผ่านการทดสอบด้านความทนทาน การรับน้ำหนัก และความปลอดภัย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานโดยเฉพาะในโรงเรียนหรือพื้นที่สาธารณะ
Critical Fall Height (CFH) และพื้นที่รองรับแรงกระแทก
อีกมาตรฐานที่ควรรู้คือ Critical Fall Height หรือ CFH หมายถึง “ความสูงวิกฤต” ที่หากเกิดการตกลงมา พื้นผิวด้านล่างต้องสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ในระดับที่ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ดังนั้น การติดตั้งเครื่องเล่นสไลเดอร์จึงต้องพิจารณาพื้นด้านล่างร่วมด้วย เช่น พื้นยางสังเคราะห์ EPDM ทราย หรือวัสดุซับแรงกระแทกอื่นๆ ที่เหมาะสมกับระดับความสูงของเครื่องเล่น
ระยะห่าง ความสูง และข้อกำหนดตามช่วงวัย
เด็กแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการด้านร่างกายและการทรงตัวแตกต่างกัน มาตรฐานความปลอดภัยจึงมักกำหนดความสูงของแท่นยืน ความชันของราง และระยะห่างระหว่างโครงสร้างให้เหมาะสมกับกลุ่มอายุ
เครื่องเล่นสไลเดอร์สำหรับเด็กเล็กมักมีความสูงไม่มาก มีขอบกั้นกันตก และช่วงปลายรางที่ช่วยชะลอความเร็ว ในขณะที่รุ่นสำหรับเด็กโตอาจออกแบบให้ท้าทายขึ้น แต่ยังอยู่ภายใต้ความปลอดภัยที่กำหนดไว้
วิเคราะห์ตามช่วงอายุ แบบไหนเหมาะกับใคร
เด็กเล็ก ควรเลือกแบบใด
สำหรับเด็กเล็กช่วงวัยเตาะแตะ จุดสำคัญที่สุดคือความสูงและการควบคุมความเร็ว เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่เหมาะกับวัยนี้มักมีแท่นยืนเตี้ย รางไถลสั้น และปลายรางที่ยกโค้งเล็กน้อยเพื่อช่วยชะลอความเร็ว ขอบกันตกควรสูงพอเหมาะ มีราวจับที่จับถนัดมือ และไม่มีช่องว่างที่เสี่ยงต่อการติดค้าง อีกทั้งวัสดุที่ผิวสัมผัสไม่แข็งกระด้างจนเกินไปก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ปกครองได้มาก
เด็กวัยอนุบาล-ประถมต้น
เมื่อเด็กโตขึ้น ความสามารถในการทรงตัวและการประเมินระยะทางก็จะดีขึ้นตามวัย เครื่องเล่นสไลเดอร์ในช่วงอายุนี้สามารถเพิ่มความสูงและความยาวได้มากขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างความท้าทาย แต่ก็ยังต้องมีองค์ประกอบด้านความปลอดภัย เช่น ขอบกันตกที่ได้มาตรฐาน พื้นที่รองรับแรงกระแทกที่เพียงพอ และระยะห่างจากอุปกรณ์อื่นอย่างเหมาะสม
บริษัท ปัน ปัน เพลย์กราวด์ แอนด์ ทอยส์ จำกัด ผู้นำด้านเครื่องเล่นสไลเดอร์และเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น สวนสนุกในร่ม Indoor Playground, Playland และบ่อบอล ที่ได้รับความไว้วางใจทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 15 ปี จุดเด่นของปันปันคือการออกแบบเครื่องเล่นที่คำนึงถึงพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน ทั้ง Motor Skill Development กล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเล็ก การทรงตัว และการสร้างสมดุล ผ่านรูปแบบและสีสันที่กระตุ้นจินตนาการ
เครื่องเล่นสไลเดอร์กับกระดานลื่นแบบดั้งเดิมมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ทั้งโครงสร้าง วัสดุ การออกแบบ และมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งความต่างตรงนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย การรองรับน้ำหนัก ช่วงวัยที่เหมาะสม รวมถึงการจัดการพื้นที่โดยรอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสนามเด็กเล่นสมัยใหม่ด้วย
บทความนี้จะพาไปดูว่าเครื่องเล่นสไลเดอร์แตกต่างจากกระดานลื่นอย่างไร จุดไหนที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ และถ้าต้องเลือกจริงๆ แบบไหนตอบโจทย์พื้นที่คุณมากกว่ากัน
“สไลเดอร์” กับ “กระดานลื่น” คืออะไร
เครื่องเล่นสไลเดอร์คืออะไร?
เครื่องเล่นสไลเดอร์เป็นอุปกรณ์สนามเด็กเล่นที่ออกแบบมาเป็นชุดมากกว่าชิ้นส่วนเดี่ยวๆ ซึ่งจะมีองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น บันได แท่นยืน ราวจับ เครื่องเล่นปีนป่าย และหลังคา จุดเด่นของเครื่องเล่นสไลเดอร์คือการออกแบบตามหลักวิศวกรรมและหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Design) มีการคำนวณองศาความชัน ความสูงจากพื้น และพื้นที่รองรับการตก เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของสนามเด็กเล่น
กระดานลื่นคืออะไร?
กระดานลื่น หมายถึงรางลื่นเดี่ยวๆ ที่ติดตั้งกับบันไดหรือโครงเหล็กพื้นฐาน โครงสร้างเรียบง่าย ไม่มีองค์ประกอบเสริมมากนัก และมักจะผลิตจากโลหะหรือไฟเบอร์กลาส
ภาพจำของกระดานลื่นคือเครื่องเล่นที่ตั้งอยู่กลางสนามโรงเรียนหรือสวนสาธารณะ จุดเด่นคือมีความแข็งแรงและติดตั้งง่าย แต่ในบางกรณีอาจไม่ได้ออกแบบให้รองรับกิจกรรมหลายรูปแบบเหมือนเครื่องเล่นสไลเดอร์รุ่นใหม่
เปรียบเทียบโครงสร้างและดีไซน์การออกแบบ
องศาความชันและความยาวรางไถล
องศาความชันเป็นตัวกำหนดความเร็วในการไถลลง หากชันมากเกินไปเด็กอาจลงเร็วเกินควบคุม แต่ถ้าแบนเกินไปก็อาจลื่นไหลไม่มากพอ
เครื่องเล่นสไลเดอร์ในสนามเด็กเล่นสมัยใหม่จึงมีการคำนวณสัดส่วนระหว่างความสูงของแท่นยืนกับความยาวรางไถลเพื่อให้มีความปลอดภัย บางรุ่นออกแบบช่วงปลายรางให้มีการชะลอความเร็วเพื่อลดแรงกระแทกขณะลงถึงพื้น ในขณะที่กระดานลื่นจะมีความเรียบง่ายมากกว่าและไม่ได้มีการปรับองศาอย่างละเอียดมากนัก
ขอบกันตกและราวจับ
เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ออกแบบตามมาตรฐานสนามเด็กเล่นมักมีขอบกันตกที่สูงพอเหมาะเพื่อป้องกันการพลัดตกจากด้านข้าง รวมถึงราวจับที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้เด็กสามารถจับได้ถนัดมือ
ในทางกลับกัน กระดานลื่นอาจมีเพียงรางลื่นกับบันไดโดยไม่ได้มีแผงป้องกันรอบด้านเท่าชุดเครื่องเล่นเต็มรูปแบบ ซึ่งต้องพิจารณาช่วงวัยผู้ใช้งานควบคู่กันไป
ฐานรองรับแรงกระแทกและโครงสร้างรองรับน้ำหนัก
อีกจุดที่สะท้อนความแตกต่างชัดเจนคือโครงสร้างฐาน เครื่องเล่นสไลเดอร์สมัยใหม่มักมีโครงสร้างรองรับน้ำหนักที่คำนวณตามหลัก Load Bearing Structure รองรับการใช้งานต่อเนื่องและการเล่นพร้อมกันหลายคน
นอกจากนี้ ยังมีการคำนึงถึงแรงกระแทกเมื่อเด็กลงถึงพื้น เช่น การออกแบบพื้นที่รองรับให้สัมพันธ์กับความสูงของเครื่องเล่น
วัสดุที่ใช้ผลิต แตกต่างกันอย่างไร
พลาสติก HDPE / LLDPE กับข้อดีด้านความปลอดภัย
วัสดุอย่าง HDPE (High-Density Polyethylene) และ LLDPE (Linear Low-Density Polyethylene) เป็นที่นิยมในสนามเด็กเล่นยุคใหม่ จุดเด่นคือความยืดหยุ่นในระดับที่เหมาะสม ไม่แตกเปราะง่าย และสามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ลดความเสี่ยงจากคมเหลี่ยม
พื้นผิวของพลาสติกกลุ่มนี้มีสัมผัสที่ไม่ร้อนจัดเมื่อโดนแดดเท่าโลหะ และมีค่าการเสียดทานที่ควบคุมได้ ทำให้การไถลลงไม่เร็วหรือช้าเกินไป จึงมักพบในเครื่องเล่นสไลเดอร์สำหรับเด็กเล็กหรือพื้นที่ที่ต้องการเน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ
ไฟเบอร์กลาสและสแตนเลสกับความแข็งแรงและความลื่น
ไฟเบอร์กลาสและสแตนเลสเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและอายุการใช้งาน โดยเฉพาะสแตนเลสที่มีพื้นผิวลื่นมาก ทำให้การไถลรวดเร็วและต่อเนื่อง ข้อดีคือทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งานหนัก เหมาะกับพื้นที่สาธารณะหรือสนามเด็กเล่นกลางแจ้งที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม วัสดุโลหะอาจสะสมความร้อนเมื่อโดนแดดจัดและมีความลื่นสูง จึงต้องออกแบบองศาความชันและปลายรางให้สัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม
พื้นผิวกับความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
รายละเอียดที่หลายคนมองข้ามคือพื้นผิวสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นความเรียบ ความโค้งมนของขอบ หรือการเก็บรอยต่อ พื้นผิวที่ดีไม่ควรมีรอยเชื่อมที่คม ไม่มีสกรูยื่นออกมา และมีการลบมุมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการขีดข่วนหรือเกี่ยวเสื้อผ้า เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ผลิตตามมาตรฐานมักผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพในจุดนี้อย่างละเอียด
มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรรู้ก่อนเลือกติดตั้ง
มาตรฐาน Playground Safety และการรับรองอุตสาหกรรม
ในระดับสากลจะมีแนวทางด้าน Playground Safety ที่กำหนดเรื่องโครงสร้าง ความแข็งแรง จุดเสี่ยงต่อการหนีบหรือเกี่ยว รวมถึงการเว้นระยะปลอดภัยรอบอุปกรณ์ เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมมักผ่านการทดสอบด้านความทนทาน การรับน้ำหนัก และความปลอดภัย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานโดยเฉพาะในโรงเรียนหรือพื้นที่สาธารณะ
Critical Fall Height (CFH) และพื้นที่รองรับแรงกระแทก
อีกมาตรฐานที่ควรรู้คือ Critical Fall Height หรือ CFH หมายถึง “ความสูงวิกฤต” ที่หากเกิดการตกลงมา พื้นผิวด้านล่างต้องสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ในระดับที่ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ดังนั้น การติดตั้งเครื่องเล่นสไลเดอร์จึงต้องพิจารณาพื้นด้านล่างร่วมด้วย เช่น พื้นยางสังเคราะห์ EPDM ทราย หรือวัสดุซับแรงกระแทกอื่นๆ ที่เหมาะสมกับระดับความสูงของเครื่องเล่น
ระยะห่าง ความสูง และข้อกำหนดตามช่วงวัย
เด็กแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการด้านร่างกายและการทรงตัวแตกต่างกัน มาตรฐานความปลอดภัยจึงมักกำหนดความสูงของแท่นยืน ความชันของราง และระยะห่างระหว่างโครงสร้างให้เหมาะสมกับกลุ่มอายุ
เครื่องเล่นสไลเดอร์สำหรับเด็กเล็กมักมีความสูงไม่มาก มีขอบกั้นกันตก และช่วงปลายรางที่ช่วยชะลอความเร็ว ในขณะที่รุ่นสำหรับเด็กโตอาจออกแบบให้ท้าทายขึ้น แต่ยังอยู่ภายใต้ความปลอดภัยที่กำหนดไว้
วิเคราะห์ตามช่วงอายุ แบบไหนเหมาะกับใคร
เด็กเล็ก ควรเลือกแบบใด
สำหรับเด็กเล็กช่วงวัยเตาะแตะ จุดสำคัญที่สุดคือความสูงและการควบคุมความเร็ว เครื่องเล่นสไลเดอร์ที่เหมาะกับวัยนี้มักมีแท่นยืนเตี้ย รางไถลสั้น และปลายรางที่ยกโค้งเล็กน้อยเพื่อช่วยชะลอความเร็ว ขอบกันตกควรสูงพอเหมาะ มีราวจับที่จับถนัดมือ และไม่มีช่องว่างที่เสี่ยงต่อการติดค้าง อีกทั้งวัสดุที่ผิวสัมผัสไม่แข็งกระด้างจนเกินไปก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ปกครองได้มาก
เด็กวัยอนุบาล-ประถมต้น
เมื่อเด็กโตขึ้น ความสามารถในการทรงตัวและการประเมินระยะทางก็จะดีขึ้นตามวัย เครื่องเล่นสไลเดอร์ในช่วงอายุนี้สามารถเพิ่มความสูงและความยาวได้มากขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างความท้าทาย แต่ก็ยังต้องมีองค์ประกอบด้านความปลอดภัย เช่น ขอบกันตกที่ได้มาตรฐาน พื้นที่รองรับแรงกระแทกที่เพียงพอ และระยะห่างจากอุปกรณ์อื่นอย่างเหมาะสม
บริษัท ปัน ปัน เพลย์กราวด์ แอนด์ ทอยส์ จำกัด ผู้นำด้านเครื่องเล่นสไลเดอร์และเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น สวนสนุกในร่ม Indoor Playground, Playland และบ่อบอล ที่ได้รับความไว้วางใจทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 15 ปี จุดเด่นของปันปันคือการออกแบบเครื่องเล่นที่คำนึงถึงพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน ทั้ง Motor Skill Development กล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเล็ก การทรงตัว และการสร้างสมดุล ผ่านรูปแบบและสีสันที่กระตุ้นจินตนาการ
บริษัท ปัน ปัน เพลย์กราวด์ แอนด์ ทอยส์ จำกัด
189/2 หมู่ที่ 1 ถนนทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
โทร. 092-2520219, 081-8482413, 085-2140006, 02-8891688